Total Recall/Hiddlesworth - Uncanny Legacy

posted on 03 Aug 2012 21:27 by vuckyou

 

Fandom(???????): Total Recall + Hiddlesworth

 

 

 

 

 

Paring(?????????????????????): AU! Chris Hemsworth/Tom Hiddleston

จริงๆมองให้ไม่มีก็น่าจะได้.....มั้ง

 

 

 

 

 

Warning: มันคือฟิกที่พยายามจะไซไฟกับบู๊ แต่ไม่สำเร็จ /เราทรุด แล้วก็สปอยล์ Total Recall เล็กน้อยถึงปานกลาง มีพาดพิงเนื้อหาตัวหนังแบบมั่วถั่วด้วย (555555555)

 

 

 

 

Note: เขียนๆไปก็ถามตัวเอง นี่ชุ้นทำบ้าอะไรอยู่วะ แต่มันก็อยากจะเขียน แต่เขียนแล้วกลายเป็นตัน แต่ตันแล้วดันอยากเอาลง คือแบบ มันก๊าวมากในเรื่องของแรงบันดาลใจ ส่วนผลพวงที่ออกมาบัดซบแสด ไปดู Total Recall มาเมื่อวาน แล้ว @jintryku ชี้ให้เห็นว่า ประเทศในเรื่องที่มันเหลือนี่ บริเตน กับ ออสเตรเลีย มัน ทอม กับ คริส ชัดๆ ไอ้เราก็ ......อุก จริงด้วย แล้วตอนไปนั่งกินชาบูตงกัน ก็บอกอยากเขียน ทอมเป็นตำรวจ คริสเป็นหนึ่งในกลุ่มต่อต้าน

 

ปัญหาคือกุดันทำจริง /ทำแบบมึนๆด้วย ไม่เคยดูไม่เคยอ่าน Total Recall มาก่อน มีแต่ความอยากเขียนถึงสองชายหนุ่ม เลยจำๆจากในหนังมาแบบมั่วๆ แล้วตบๆแปะๆสิ่งที่ประดิษฐ์ขึ้นเองเข้าไป หนังนี้เอาไปอ้างอิงอะไรไม่ได้สักอย่าง /โดนผู้สร้างวิ่งมาชก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เดอะ ฟอลล์ เส้นทางคมนาคมเส้นทางเดียวซึ่งเชื่อมระหว่างสหพันธรัฐกับอาณานิคมเอาไว้นั้น ดูเหมือนเครื่องดิ่งพสุธาขนาดยักษ์ในความคิดเห็นของทอม ฮิดเดิลสตัน หนึ่งในคนไม่กี่คนที่ยังหาหนังสืออ่านอยู่ทุกสัปดาห์ คนรุ่นเขามีน้อยเหลือเกินที่เข้าใจว่าสวนสนุกคืออะไร ในโลกนี้ไม่มีร้านกาแฟอีกแล้วด้วยซ้ำ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของชำถูกรวมเข้าด้วยกัน มีเพียงร้านเหล้าเท่านั้นยังสามารถเปิดแยกเอกเทศได้

 

ตึกอาคารสี่เหลี่ยมเหมือนอิฐเรียงตัวนั้นมีร้านยิบย่อยต่อซ้อนซ้ำเต็มไป หมด ทอมเดินเบียดเสียด ขึ้นลงขั้นบันไดไปทั่ว ตรงเอวคาดสายหนังเก็บปืนขนาดใหญ่ มือหิ้วกล่องบรรจุยาและอุปกรณ์รักษาพยาบาลเบื้องต้นขนาดเท่ากระเป๋าเอกสาร สองใบซ้อนกัน มันเป็นงานของเขา บนตัวทอมมีเสื้อเกราะกันกระสุนคาดทับเชิ้ตสีเข้ม เย็บผ้าสีขาวลายกากบาทตั้ง สัญลักษณ์ของอาสาสมัครจากสหพันธรัฐ คนกลุ่มหยิบมือหนึ่งที่ยอมขึ้นเดอะ ฟอลล์จากสหพันธรัฐทุกวัน เพื่อมาทำงานไม่ได้ค่าจ้างในอาณานิคมด้วยการเดินตะลอนไปทั่วเมืองจนถึงเวลา ออกของเดอะ ฟอลล์รอบสุดท้ายของวัน คอยหยิบยื่นยา ช่วยรักษาคนป่วยคนเจ็บตามข้างถนน

 

ทอมมักจะแกล้งลืมว่าเขาถูกถ่มน้ำลายใส่มากกว่าได้รับคำขอบคุณ หรือไม่หญิงขายบริการส่วนใหญ่ก็ให้เขารักษาเพื่อพวกเธอจะได้เสนอร่างกายเป็น การตอบแทน

 

“ที่นี่ไม่ต้องการความช่วยเหลือมากไปกว่าที่ไหนหรอก ที่รัก” พวกเธอบอกเช่นนั้น ทอมได้แต่พยักหน้าแล้วปลีกตัวจากมา เพราะไม่อาจบังคับปากเอ่ยถามได้สำเร็จสักครั้ง ว่ามันยังเหลือที่อื่นไหนอีกหรือ

 

สงครามพรากผันปันแปรทุกสิ่งไป ชาวอาณานิคมไม่ได้เรียนหนังสือเป็นระบบเต็มตัวจนกว่าจะอายุสิบห้า คำว่าตำรวจเหลือเพียงในพจนานุกรมรวมคำฉบับโลกเก่า ปัจจุบันมีแค่เจ้าหน้าที่ควบคุมระเบียบพลเรือน เป็นพวกคนสวมเกราะขาว ติดอาวุธทั้งปืนและเชือกไฟฟ้าผนวกแรงดึงดูด กับพวกหุ่นยนต์ ถูกบังคับโดยตรงจากซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (แน่นอนว่าตั้งอยู่ในสหพันธรัฐบริเตน)

 

เมื่อนึกถึงสหพันธรัฐ ทอมมักเผลอมองเดอะ ฟอลล์ เมื่อคิดถึงคำว่าตำรวจ เขาชอบไผลหยิบตราเจ้าหน้าที่ของตัวเองออกมาดู แล้วต้องรีบเก็บมันเข้าไปในกระเป๋ากางเกง

 

ทว่าเมื่อมีรถขนนักโทษระเบิด ทอมก็ต้องควักตราประจำตัวออกมาใหม่ก่อนจะวิ่งเข้าไปช่วยดูแลสถานการณ์

 

รถบรรทุกเหล็กสี่เหลี่ยม หน้าต่างติดลูกกรงสี่บาน ล้มตะแคงคว่ำ ฝังเข้าไปในท่าลอยฟ้าสำหรับรอรถประจำทางราคาโดยสารต่ำสุด ทอมช่วยคนล้มลุกคลุกคลาน ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยลุกขึ้น สำรวจหาคนบาดเจ็บสาหัส ไล่ประชาชนบริเวณนั้นถอยไปให้พ้น เขาสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวด้านในตัวรถผ่านซี่ลูกกรงข้างที่หงายขึ้น ล้อขับเคลื่อนแรงดนัอากาศสองข้างไหม้เกรียม

 

เจ้าหน้าที่ตำแหน่งขับรถกำลังตะเกียกตะกายออกมาจากเบาะหน้า สะบักสะบอมทว่าไม่มีบาดแผลฉกรรจ์

 

“เกิดอะไรขึ้น” ทอมตะโกนถามแข่งกับเสียงฝนเคล้าความวุ่นวาย ชักปืนออกจากซอง เล็งไปทางตัวรถบรรทุก

 

ไอ้หนุ่มชั่งใจอยู่นาน ทอมจึงต้องโบกตราไปมาสองครั้งตามระเบียบเจ้าหน้าที่ เขาต้องคอยรับมือทุกวัน กับการที่ใครหลายคนไม่อยากเชื่อว่าผู้ชายหัวทองหยิกหยอยคลุมทั้งกะโหลก ตาโตอย่างกับสัตว์สต๊าฟ และมีรูปร่างก้ำกึ่งระหว่างคุณชายสหพันธรัฐบริเตนกับชายขายบริการในอาณานิคม ทอมคงไม่ผอมซูบหรอก ถ้าเขาไม่เข้ากลุ่มรณรงค์หยุดความเหลื่อมล้ำทางวรรณะ อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยต่อไป คือป้ายแปะหน้ากลุ่ม พวกเขาใช้คำว่า ต่อไป เพราะห้ามไม่ให้มันซ้ำรอยไม่ทันแล้ว และเดินหน้าการแจกจ่ายให้คนต่างระดับทางการเงินอย่างดันทุรัง

 

“พวกกลุ่มต่อต้าน -- ดักโจมตีรถขนนักโทษ --” ไอ้หนุ่มหายใจหนักหน่วง ยังตกใจไม่หาย ทว่าดูสงบจิตใจได้พอกล้าเชื่อว่าทอมเป็นเจ้าหน้าที่เหมือนกัน “ข้างในรถคันนี้เป็นกลุ่มต่อต้านสิบคน -- จับได้จากเหตุวางระเบิดรถรางขนส่งเมื่อคืนนี้”

 

ทอมหันขวับ สอดส่องหาวี่แววกลุ่มดังกล่าว “แล้วพวกมันอยู่ไหน พวกมันน่าจะตามมาช่วยพวนักโทษต่อทันที”

 

“ผมก็ไม่รู้ -- ผมขับหนีมาจากทางใต้ เรากำลังมุ่งหน้าไปที่เรือนจำหมายเลขสี่ -- จู่ๆมีคนจู่โจมจากด้านข้าง แล้วก็รถลอยฟ้าไล่ล่ามาระเบิดล้อขับ”

 

“ติดต่อไปทางกรม ขอกำลังเสริม ข้างในมีเจ้าหน้าที่คนอื่นอีกไหม” คำถามทำงานก่อนทอมจะได้หยุดปากทัน การอบรมเจ้าหน้าที่ควบคุมระเบียบพลเมืองใช้เวลาเป็นปี ระเบียบบังคับเรื่อง เจ้าหน้าที่ด้วยกันก่อน อาชญากรไว้หลังสุด เวลาเป็นเรื่องคอขาดบาดตายนั้นฝังแน่นแม้ใจจะคัดค้านมากเพียงใดก็ตาม

 

“มี -- เจ้าหน้าที่สองคนควบคุมกุญแจมือนักโทษ -- ข้างใน” คนขับรถรายงานก่อนจะกดโทรศัพท์ฝ่ามือ ติดต่อกรมหลักตามคำสั่ง

 

“บอกรหัสติดต่อภายในรถบรรทุกคันนี้มา” ทอมแบมือซ้าย แสงรูปแป้นตัวเลขและหน้าจอส่องวาบใต้ผิวฝ่ามือ ไอ้หนุ่มขยับนิ้วกดรหัสโทรศัพท์ฉุกเฉินภายในรถบรรทุกอย่างกล้าๆกลัวๆ หากยังติดต่อได้สำเร็จ ระหว่างนั้น ฝ่ายมีอำนาจมากกว่าจ้องมองประตูรถบรรทุกขนนักโทษแทบไม่กระพริบตา และเหยียดแขนตั้งฉากขนานพื้น เล็งปากกระบอกปืนใส่จุดที่สมควรเล็ง เขาหดมือซ้ายกลับเข้ามาแนบหู รอคอยเจ้าหน้าที่ด้านในรถรับสาย “เร็วเข้า”

 

หัวใจทอมเต้นระรัว ดวงตาหดเพ่ง หมายมองสภาพด้านในรถบรรทุกผ่านซี่ลูกกรงขนาดประมาณสามนิ้วคูณสิบสองนิ้ว เขาเห็นเงาทะมึนด้านในขยับผ่านตรงลูกกรงไปมาหลายครั้ง เจ้าหน้าที่ด้านนอกรถทั้งสองต่างภาวนาให้นั่นเป็นเพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่นักโทษ พวกนั้นได้รับอนุญาตจากเขาให้โดนแรงกระแทกตอนรถบรรทุกหล่น แล้วตายไปได้

 

เมื่อฟันกรามขบกัดกรอดโดยไม่ทันรู้ตัว ปลายสายตอบรับสัญญาณ เสียงแหบห้าวเปล่งผ่านมือเข้ามาสนองรับกับโสตทอม “รหัส333 เรามีคนเจ็บอยู่ในนี้หนึ่งคน

 

“ประตูล็อคฉุกเฉิน ลงสลักสามระดับ รายงานสภาพนักโทษด้วย”

 

ทอมได้ยินปลายสายคำรามต่ำๆในลำคอ “ไม่มีนักโทษคนใดมีบาดแผลฉกรรจ์ แรงกระแทกทำให้เชือกไฟฟ้าดึงดูดพัง ได้ทำการใช้กุญแจมือแม่เหล็กแทนแล้ว แต่เจ้าหน้าที่บาดเจ็บสาหัส สีข้างมีแผลเปิด

 

“นายเป็นใคร” ทอมถามสวนกลับ

 

เจ้าหน้าที่ควบคุมนักโทษ --

 

“ฉันหมายถึงนายเป็นใครถึงได้มาทำตัวเป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมนักโทษในรถ บรรทุกขนย้ายนักโทษ” เขาถามเสียงราบเรียบ “ให้ฉันคุยกับเจ้าหน้าที่ตัวจริงข้างในซะ ไม่อย่างนั้นอย่าหวังว่าประตูรถบรรทุกจะเปิดจนกว่าจะมีกำลังเสริมตามมา --”

 

ทอมพบว่าเสียงตัวเองชะงักแหง็กในลำคอเมื่อมีท่อนแขนใหญ่เข้ารัดคอเขาจาก ข้างหลัง แรงมหาศาลกระชากปืนจากมือไปซึ่งๆหน้า แล้วลั่นไกยิงใส่ประตูรถบรรทุก เขาปัดแขนเบี่ยงปลายปากกระบอกปืนขึ้นฟ้า ตวัดขาเกี่ยวขาคนโจมตีให้ล้มหลังกระแทกไปด้วยกัน ท่อนแขนรอบคอคลายออกตามสัญชาตญาณ เปิดโอกาสให้ทอมลุกขึ้น ชิงปืนกลับมา

 

คนจำนวนโหล -- พวกกลุ่มต่อต้าน -- กำลังกระโดดลงมาจากพาหนะขับเคลื่อนส่วนตัว จังหวะเดียวกับที่เส้นทางตรงกันข้ามมียานขนส่งเจ้าหน้าที่ของกรมดูแลความสงบ กำลังพุ่งมาทางพวกเขา ขนาดยานเล็ก เจ้าหน้าที่ชุดเกราะขาวรุดเข้าช่วยเหลือด้วยจำนวนเพียงสี่คน เกิดเป็นเหตุชุลมุนระหว่างฝ่ายติดอาวุธพร้อมสรรพหากจำนวนน้อยกว่า และพวกกลุ่มต่อต้านจำนวนมากกว่าเท่าหนึ่ง

 

ชายคนเดิมบนพื้นถีบตัวเองลุกขึ้นยืน กำปั้นใหญ่ซัดเข้ามา ทอมใช้ปืนรับเอาไว้แทน หากกลายเป็นปืนกับแขนเขาถูกแรงต่อย ปืนหลุดกระเด็น แรงฝืนบิดข้อมือแทบพลิก สมาชิกกลุ่มต่อต้านคนอื่นรับปืนไว้แล้วโยนมาให้คู่ต่อสู้ตรงหน้าทอม เขาเป็นชายตัวสูงใหญ่ หุ่นล่ำสัน กล้ามเนื้อปูดนูนอยู่ข้างใต้เสื้อผ้าปอนๆนั่นไม่ได้เรียงตัวสวยงามแบบทหารสห พันธรัฐบริเตน แต่แข็งแรงทรหดแน่แท้

 

ชายกลุ่มต่อต้านฉวยข้อมือทอมไว้ เจ้าหน้าที่หนุ่มเหลียวมองรอบด้านในเสี้ยววินาที กลุ่มต่อต้านกับเจ้าหน้าที่คนอื่นกำลังต่อสู้เช่นกัน เพื่อแย่งชิงจังหวะเปิดหรือนำรถบรรทุกกลับไป ทอมบิดแขน สลัดให้พ้นการจับกุม แล้วศอกเข้าไปตรงลำคอ เขาต้องไปถึงประตูตู้เพื่อทำตามระเบียบที่ฝึกมาเกี่ยวกับสถานการณ์เช่นนี้ -- กดรหัสตรงประตูเพื่อระเบิดทั้งคันรถ

 

ประหนึ่งถูกอ่านความคิด ชายกลุ่มต่อต้านกระชากผมทอมก่อนเขาจะทันได้ก้าวขาไปจากจุดเดิมเกินหนึ่งฟุต แขนและขาทั้งสองคู่ปะทะกัน จังหวะที่ทอมต่อยเข้าตรงๆ เล็งจมูกโด่งสัน คู่ต่อสู้เขาใช้ปืนของเขาเองมารับบ้าง ความเจ็บแล่นแปล็บปลาบ ทอมเสียจังหวะขยับ คนตัวใหญ่กว่าใ